ครบเครื่องเรื่องท่องเที่ยว
อโยธยา ปล่อยวันให้ไหล ปล่อยใจไห้พักที่อยุธยา

อโยธยา ปล่อยวันให้ไหล แล้วไปพักใจที่อยุธยา
วันหยุดนี้…ปล่อยใจให้ชิล แล้วไปหลงเสน่ห์อยุธยาใน 1 วันไหว้พระ ทำบุญ เดินเล่น ถ่ายรูปเที่ยวเมืองเก่าแบบไม่เร่ง แต่ได้ฟีลเต็มๆ
วิธีการเดินทาง
• รถส่วนตัว : ปักหมุดไปที่ “ตลาดน้ำอโยธยา”
• รถไฟ : ขึ้นรถไฟได้จาก สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) หรือ
สถานีอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ไปยัง สถานีรถไฟอยุธยา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถจากสถานีรถฟอยุธยาไปตลาดน้ำ
คุณสามารถเลือกเดินทางได้หลายวิธี
1. รถตุ๊กตุ๊ก: เป็นเอกลักษณ์ของอยุธยา มีจอดรออยู่หน้าสถานีรถไฟ แนะนำให้ตกลงราคาก่อนขึ้น (ประมาณ 60-100 บาท ตามแต่ตกลงหรือจำนวนคน)
2. รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง: สะดวกและรวดเร็วสำหรับคนเดินทางคนเดียวหรือสองคน (ตามแต่ตกลง)
3. เช่ารถจักรยาน/มอเตอร์ไซค์: มีร้านเช่าอยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟ เหมาะสำหรับคนที่อยากขี่เที่ยวรอบเมืองหรือไปวัดอื่นๆ ต่อ
(50-60 บาทต่อวัน โดยมักจะให้เช่าได้ทั้งวัน 8.30 - 18.00 น.)
09.00 – 10.30น. เริ่มต้นที่ ตลาดน้ำอโยธยา เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเป็นอันดับแรกๆของอยุธยา จะมีการแสดงประวัติศาสตร์ เช่น การรบสมัยอยุธยา ชมฟรี
แต่ถ้าไม่สนใจรับชมการแสดง ก็สามารถเดินเล่นซื้อของฝากหรือของกินได้ แถมยังมีล่องเรือชมรอบตลาดน้ำ ก็จะมี ค่าบริการล่องเรือ ที่ตลาดน้ำอโยธยา ราคาไม่แพง โดยสำหรับเรือเครื่องชมรอบตลาดจะอยู่ที่ประมาณ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท และเด็กเล็กฟรี ใช้เวลาชมประมาณ (เช่น 800 - 1,700 บาท) ซึ่งเป็นราคาเหมาะสำหรับคนกลุ่มใหญ่และมีวัดให้เลือกแวะหลายแห่ง
จุดขึ้นเรือจะอยู่โซนด้านหน้าตลาดน้ำ
เวลาเปิด – ปิด ตลาดน้ำเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 – 18:00 น.
10.30 – 11.30น. ไปเที่ยวกันต่อที่ ปางช้างอโยธยา ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตลาดน้ำอยุธยาเลยค่ะ กิจกรรมที่นี่ก็จะมี นั่งช้างชมโบราณสถานบริเวณ วัดมเหยงคณ์ ให้อาหารช้างหรือถ่ายรูปกับช้าง
เวลาเปิด - ปิด: เปิดทุกวัน 09.00 - 17.00น.
11.30 – 13.00น. ท่านก็สามารถไปแวะเติมพลังที่ ร้านอาหาร บ้านไม้ริมน้ำ อยุธยา เดินทางประมาณ 10 นาที จากปางช้างอโยธยา หรือ แวะร้านอาหารข้างทางก็มีเช่นกัน เช่น ก๋วยเตี๋ยวเรือที่เป็นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดอยุธยา หรือ ร้านอาหารตามสั่งต่างๆ ตามสะดวกได้เลยค่ะ
13.00 – 14.00น. เดินเที่ยวโบราณสถาน เดินทางจากร้านอาหาร ใช้เวลาประมาณเดินทาง 15 นาที มาถึง”วัดมหาธาตุ.”ไฮไลท์ คือเศียรพระพุทธรูปในรากไม้ และโบราณสถานสำคัญ
เวลาเปิด-ปิด (ช่วงกลางวัน): 08.00 – 18.30 น. (เปิดทุกวัน)
เวลาเปิด-ปิด (ยามค่ำคืน - Ayutthaya Sundown): 18.00 – 21.00 น.
(เฉพาะวันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ค่าเข้าชม: คนไทย 10 บาท / ชาวต่างชาติ 50 บาท
ถ้าเหนื่อยก็ยังมี”สวนสาธารณะบึงราม” มีบรรยากาศร่มรื่น วิวบึงใหญ่ๆใจกลางเมืองเก่าให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ
เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 17.00 น. (เปิดทุกวัน)
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
และถ้ายังเดินต่อไหวก็ไปต่อที่ “วัดพระราม” อยู่ใกล้ๆกัน ซึ่งมีพระปรางค์องค์ใหญ่ที่มีสถาปัตยกรรมงดงามและเงียบสงบ
เวลาเปิด-ปิด (ช่วงกลางวัน): 08.30 – 16.30 น. (เปิดทุกวัน)
เวลาเปิด-ปิด (ยามค่ำคืน - Ayutthaya Sundown): 18.00 – 21.00 น. (เฉพาะวันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ค่าเข้าชม: คนไทย 10 บาท / ชาวต่างชาติ 50 บาท
**(สำหรับคนไทย ค่าเข้าชมโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาหลักๆ คือ 10 บาทต่อวัด แต่ถ้าซื้อบัตรเข้าชมแบบเหมาจ่ายในราคา 40 บาท (สำหรับชาวไทย) จะสามารถเข้าชมโบราณสถานหลักๆ ได้หลายแห่ง เช่น วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดมหาธาตุ, วัดราชบูรณะ และวัดไชยวัฒนาราม (ยกเว้นวัดที่อยู่นอกเขตอุทยานฯ หรือมีจัดการพิเศษ อาจมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก))
โปรโมชั่นพิเศษ: บางครั้งอาจมีช่วงเข้าชมฟรี เช่น วันปีใหม่
14.00 - 15.00น. แวะดื่มเครื่องดื่มชิลๆได้ที่ ณ คลองท่อ ค่าเฟ่ Klong To Cafe อยุธยา ธรรมชาติที่สวยงาม เป็นคาเฟ่สไตล์โฮมมี่ที่ตั้งอยู่ริมคลองท่อ มีความร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการมานั่งพักผ่อนหลังจากเดินชมโบราณสถานกลางแจ้ง แถมอย่างมีอาหารคาว - หวาน ให้ลองชิมมากมาย
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 – 18:00 น.
15.00 –16.30น. เดินทางทางไป สะพานป่าดินสอ เดินทางประมาณ 10 นาที สะพานป่าดินสอเป็นสะพานอิฐเก่าแก่ที่ทอดข้ามคลองฉะไกรใหญ่ ในสมัยอยุธยาบริเวณนี้เคยเป็น "ย่านป่าดินสอ" ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและขายดินสอในสมัยนั้น ปัจจุบันเป็นจุดเช็คอินที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปเพราะมีโครงสร้างอิฐโบราณที่ยังสมบูรณ์และสวยงามมาก ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
ตอนเย็นแสงสวยมากเหมาะกับการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดิน แบบเริ่ดๆเลยค่ะ เวลาเปิด - ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน 08.30 - 16.30น.












