ครบเครื่องเรื่องท่องเที่ยว
ครบเครื่องเรื่องท่องเที่ยว / วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นยังไง ให้ได้เจอ ไฮไลต์ตรงเดือนปี 2027
วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นยังไง ให้ได้เจอ ไฮไลต์ตรงเดือนปี 2027


วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นยังไง ให้ได้เจอ ไฮไลต์ ตรงเดือนปี 2027


กับเคล็ดลับการจัดตารางทริปแบบมือโปรที่ช่วยให้คุณเข้าถึงความงามระดับ Masterpiece ในเวลาที่ใช่ที่สุดของปี ซึ่งในแต่ละเดือนมีไฮไลต์อะไรน่าเที่ยว น่าสนใจบ้าง แอดมินได้รวบรวมไว้แล้วดังนี้ค่ะ... 




มกราคม (Jan) – หิมะขาวโพลน เล่นสกีฟินสุด

 

      ช่วงเวลาที่น่าไปที่สุด


  • ช่วงพีค (High Season): มกราคม - กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ "หิมะนุ่มฟู" (Powder Snow) ที่สุด เหมาะกับการเล่นสกีมากที่สุด และได้บรรยากาศเมืองหิมะแบบจัดเต็มค่ะ
  • ช่วงต้นฤดู:  ธันวาคม เริ่มมีหิมะและรีสอร์ตส่วนใหญ่เริ่มเปิด แต่ปริมาณหิมะอาจยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงพีค

  • ช่วงปลายฤดู: มีนาคม - ต้นเมษายน อากาศเริ่มอุ่นขึ้น เดินทางง่ายขึ้น คนไม่หนาแน่น และราคาที่พักมักจะถูกลงกว่าช่วง ..-.. ค่ะ


 เมืองและสกีรีสอร์ตแนะนำ

เมือง/ภูมิภาค

จุดเด่น

เหมาะกับใคร

Fujiten Snow Resort (ยามานาชิ)

เล่นสกีโดยมี "ภูเขาไฟฟูจิ" เป็นฉากหลังแบบพาโนรามา เดินทางจากโตเกียวเพียง 1.5 - 2 ชม.

สายเที่ยวเอง & ครอบครัว: เดินทางง่ายจากชินจูกุ มีโซน "Sled" สำหรับเด็ก และมุมถ่ายรูปที่สวยระดับสิบ

Hokkaido (ฮอกไกโด)

หิมะคุณภาพดีที่สุดในโลก (Powder Snow) นุ่มเหมือนแป้ง วิวอลังการ

สายลุยเอง & สายทัวร์: นิยมไป Niseko หรือ Rusutsu (เดินทางจากสนามบินชิโตเสะสะดวก)

Nagano (นากาโน่)

เคยเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว มีลานสกีให้เลือกหลากหลายมาก

สายลุยเอง: แนะนำ Hakuba Valley เพราะมีหลายลานสกีเชื่อมกันและมีหมู่บ้านนักท่องเที่ยวคึกคัก

Niigata (นีงะตะ)

เดินทางง่ายที่สุดจากโตเกียว มีฉายาว่า "เมืองแห่งหิมะ"

สายเที่ยวเอง (One Day Trip): แนะนำ GALA Yuzawa เพราะนั่ง Shinkansen จากโตเกียวถึงหน้าลานสกีเลยค่ะ

 



กุมภาพันธ์ (Feb) – เทศกาลหิมะสุดยิ่งใหญ่

 ไฮไลต์เดือนกุมภาพันธ์: เทศกาลหิมะและกิจกรรมสุดฟิน

  • Sapporo Snow Festival (ฮอกไกโด): เทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น จัดขึ้นที่เมืองซัปโปโร มีการปั้นประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งขนาดมหึมา สวยงามตระการตาทั้งกลางวันและกลางคืน (เปิดไฟ Light-up ตอนเย็นโรแมนติกมากค่ะ)
  • Asahikawa Winter Festival: หากใครอยากสัมผัสความยิ่งใหญ่กว่าซัปโปโร ต้องที่อาซาฮิกาวะค่ะ ที่นี่มีรูปปั้นหิมะขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจนได้รับการบันทึกสถิติไว้เลย
  • Shirakawa-go Light-up (กิฟุ): หมู่บ้านมรดกโลกท่ามกลางหิมะขาวโพลน ในช่วงกุมภาพันธ์จะมีการเปิดไฟส่องสว่าง (Light-up) ตามบ้านทรงกัสโซ ซึ่งสวยเหมือนในเทพนิยาย (ต้องจองล่วงหน้านานหน่อยนะคะ)
  • Zao Snow Monsters (ยามางาตะ): ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปีศาจหิมะ" (Juhyo) ที่หิมะเกาะตัวบนต้นสนจนดูเหมือนสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ เป็นจุดที่คนนิยมไปเล่นสกีและนั่งกระเช้าชมวิวมากค่ะ


 ทริคการวางแผนสำหรับแอดมิน:

  • เหมาะกับกลุ่มทัวร์: เดือนนี้ทัวร์ฮอกไกโดจะขายดีมาก เพราะรวมเทศกาลหิมะเข้ากับกิจกรรมกินปูยักษ์และแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะ เป็นโปรแกรมที่ลูกค้าตัดสินใจจองง่ายที่สุด
  • เหมาะกับเที่ยวเอง: แนะนำให้จองที่พักและตั๋วรถไฟล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน เพราะเป็นช่วง High Season ที่คนหนาแน่นมากค่ะ



มีนาคม (MAR) – พฤษภาคม  (MAY)  เทศกาลชมดอกซากุระ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด

โดยปกติซากุระจะเริ่มบานจากทาง "ทิศใต้ขึ้นสู่ทิศเหนือ" ของญี่ปุ่นค่ะ

  • ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน: ช่วงยอดฮิตของภูมิภาคคันโต (โตเกียว) และคันไซ (โอซาก้า, เกียวโต)
  • กลางเดือนเมษายน: ภูมิภาคโทโฮคุ (เซนได, อาโอโมริ)
  • ปลายเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคม: เกาะฮอกไกโด (ซัปโปโร, ฮาโกดาเตะ) เป็นจุดสุดท้ายของฤดูกาล


 

เมืองและจุดเช็กอินแนะนำ

ภูมิภาค/เมือง

จุดชมซากุระไฮไลต์

เหมาะกับใคร

Tokyo (โตเกียว)

สวนอุเอโนะ, แม่น้ำเมกุโระ, สวนจิดาริกะฟูจิ

สายเที่ยวเอง: เดินทางง่ายด้วยรถไฟใต้ดิน มีของกินและที่ช้อปปิ้งครบ

Kyoto (เกียวโต)

วัดน้ำใส (Kiyomizu-dera), ทางเดินนักปราชญ์, ศาลเจ้าเฮอัน

สายทัวร์ & สายชิล: บรรยากาศย้อนยุค ถ่ายรูปคู่กับชุดกิโมโนสวยคลาสสิกมากค่ะ

Osaka (โอซาก้า)

สวนปราสาทโอซาก้า, สวนสาธารณะคิมะซากุระโนมิยะ

สายครอบครัว: เน้นความสนุกและของกินอร่อยๆ ชมซากุระริมแม่น้ำได้ยาวๆ

Kawaguchiko (ยามานาชิ)

สวนสาธารณะโออิชิ, เจดีย์แดงชูเรโตะ

สายถ่ายรูป: ได้เห็นซากุระสีชมพูคู่กับภูเขาไฟฟูจิ เป็นมุมมหาชนที่ต้องไปค่ะ




มิถุนายน (Jun) – ต้นกรกฎาคม (Jul) ชมดอกไฮเดรนเยีย

ฤดูดอกไฮเดรนเยียในญี่ปุ่นจะมาพร้อมกับ ฤดูฝน ซึ่งให้บรรยากาศที่สวยงามไปอีกแบบค่ะ ดอกไม้ชนิดนี้จะบานสะพรั่งในช่วง เดือนมิถุนายน ถึง ต้นกรกฎาคม (ยกเว้นแถบฮอกไกโดหรือโทโฮคุที่จะบานช้ากว่าประมาณ 1 เดือน)


เมืองและจุดชมไฮไลต์

  • คามาคุระ : ใกล้โตเกียวมากที่สุดและเป็น "เมืองหลวงแห่งไฮเดรนเยีย"
ไฮไลต์: วัด Meigetsuin (มีอุโมงค์ดอกไม้สีฟ้าที่เรียกว่า Meigetsuin Blue) และวัด Hasedera ที่มองเห็นวิวทะเลคู่กับดอกไม้
  • ฮาโกเน่ : นั่งรถไฟสายโรแมนติกชมดอกไม้
ไฮไลต์: การนั่งรถไฟ Hakone Tozan Railway หรือ "รถไฟไฮเดรนเยีย" ที่ดอกไม้จะบานขนานไปกับรางรถไฟ และมีการเปิดไฟ illumination ในตอนกลางคืน
  • เกียวโต : บรรยากาศวัดเก่าแก่ตัดกับสีสันของดอกไม้
ไฮไลต์: วัด Mimurotoji  ที่มีพุ่มดอกไม้กว่า 10,000 พุ่ม และวัด Yoshimine-dera ที่ตั้งอยู่บนเขาเห็นวิวเมืองเกียวโต
  • โตเกียว : สำหรับคนที่มีเวลาน้อย

ไฮไลต์: ศาลเจ้า Hakusan (มีเทศกาล Bunkyo Ajisai Matsuri) หรือสวน Sumida Park แถวอาซากุสะ




กรกฎาคม (Jul) – สิงหาคม (Aug) เทศกาลดูพลุและดอกไม้ไฟ


การชมเทศกาลดอกไม้ไฟที่ญี่ปุ่น ถือเป็นไฮไลต์เด็ดของช่วงฤดูร้อนเลยค่ะ บรรยากาศจะต่างจากการดูพลุทั่วไป เพราะคนญี่ปุ่นจะแต่งชุดยูคาตะมานั่งปูเสื่อ จิบเบียร์ กินขนมกันอย่างครึกครื้น เดือนที่เหมาะที่สุดแก่การไปชมพลุคือกรกฎาคม และ สิงหาคม นี่คือช่วงพีคที่สุดของเทศกาลดอกไม้ไฟทั่วประเทศ แต่ละเมืองจะจัดงานสลับกันไปเกือบทุกสัปดาห์ค่ะ


เมืองน่าเที่ยวและงานระดับโลก

  • โตเกียว : งาน Sumida River Fireworks (เสาร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม) อลังการที่สุดในโตเกียว มีฉากหลังเป็นโตเกียวสกายทรี
  • นีงะตะ : งาน Nagaoka Fireworks ติด 1 ใน 3 งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พลุ "ฟีนิกซ์" ที่นี่ยาวสุดลูกหูลูกตาจนน่าขนลุกค่ะ
  • อากิตะ : งาน Omagari Fireworks  เป็นงานประกวดพลุระดับประเทศที่รวบรวมช่างทำพลุเก่ง มาประชันกัน
  • ยามานาชิ : งาน Lake Kawaguchiko ชมพลุริมทะเลสาบโดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง (มักจัดช่วงต้นเดือนสิงหาคม และมีช่วงฤดูหนาวในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ด้วย)





  • ตุลาคม (Oct) – พฤศจิกายน (Nov) - ใบไม้เปลี่ยนสี

ฤดูใบไม้ร่วงคืออีกหนึ่งช่วงที่ญี่ปุ่นสวยไม่แพ้ซากุระเลยค่ะ ใบไม้จะค่อย เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง สร้างบรรยากาศอบอุ่นเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ วัด และสวนต่าง โดยเฉพาะเมื่อแสงแดดตกกระทบใบไม้ จะยิ่งทำให้สีสันดูโดดเด่นมากขึ้น

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด โดยปกติใบไม้เปลี่ยนสีจะเริ่มเปลี่ยนจากทาง "ทิศเหนือลงสู่ทิศใต้" (สวนทางกับซากุระ) และจากบนยอดเขาลงสู่พื้นราบค่ะ

  • ตุลาคม: เกาะฮอกไกโด (ซัปโปโร) และเทือกเขาสูงในภูมิภาคโทโฮคุ
  • ต้น - กลางพฤศจิกายน: ภูมิภาคโทโฮคุตอนล่าง (เซนได) และนิกโก้
  • ปลายพฤศจิกายน - ต้นธันวาคม: ช่วงยอดฮิตของภูมิภาคคันโต (โตเกียว), คันไซ (เกียวโต, โอซาก้า) และคิวชู



  • เมืองและจุดเช็กอินแนะนำ

ภูมิภาค/เมือง

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีไฮไลต์

เหมาะกับใคร

Kyoto (เกียวโต)

วัดน้ำใส (Kiyomizu-dera), วัด Eikando, อาราชิยามะ

สายทัวร์ & สายชิล: บรรยากาศวัดเก่าแก่กับเมเปิ้ลสีแดงจัด ทัวร์มักพาไปจุดไฮไลต์ครบในที่เดียว

Nikko (นิกโก้)

น้ำตก Kegon, ทะเลสาบ Chuzenji, เส้นทางรถวิ่ง Irohazaka

สายทัวร์: เดินทางสะดวกกว่าเพราะจุดชมวิวอยู่บนเขาสูง มีรถบัสทัวร์พาวิ่งผ่านโค้งสวยๆ ได้สบาย

Kawaguchiko (ยามานาชิ)

อุโมงค์ใบเมเปิ้ล (Maple Corridor), ทะเลสาบทั้ง 5

สายถ่ายรูป: ได้เห็นใบเมเปิ้ลสีแดงเฟรมเดียวกับภูเขาไฟฟูจิ เป็นมุมยอดฮิตที่ห้ามพลาด

Tokyo (โตเกียว)

ถนนสายแปะก๊วย Meiji Jingu Gaien, สวน Rikugien

สายเที่ยวเอง: เดินทางง่ายด้วยรถไฟใต้ดิน เน้นดูใบแปะก๊วยสีเหลืองทองอร่ามกลางเมืองหลวง

Hokkaido (ฮอกไกโด)

มหาวิทยาลัยฮอกไกโด, อุทยานแห่งชาติ Jozankei

สายลุย (ไปก่อนใคร): เหมาะกับคนที่อยากดูใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่เดือนตุลาคม ท่ามกลางธรรมชาติที่กว้างใหญ่




ธันวาคม (Dec) – เทศกาลแสงไฟและลมหนาวแรก

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกคือ "เทศกาลประดับไฟ" (Illumination) ที่เปลี่ยนสวนสาธารณะ ถนนสายหลัก และธีมพาร์คให้กลายเป็นดินแดนในเทพนิยายด้วยหลอดไฟ LED นับล้านดวงที่ส่องสว่างท่ามกลางอากาศเย็นเยือก ช่วงที่เหมาะสมที่สุดคือ เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์
 ช่วงพีค: เดือนธันวาคมจะเป็นช่วงที่จัดเต็มพิกัดที่สุดเพื่อฉลองคริสต์มาสและปีใหม่

พิกัดไฮไลต์ที่ต้องไปให้ได้

  • มิเอะ : นั่งรถไฟสายโรแมนติกชมดอกไม้
    ไฮไลต์: ตำนานอุโมงค์ไฟที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น งาน Nabana no Sato Illumination คือแลนด์มาร์คอันดับหนึ่งที่คนรักแสงไฟต้องมา
  • โตเกียว : แสงสีแห่งเมืองหลวงสุดโรแมนติกที่ถูกเนรมิตให้เป็นเมืองแห่งแสงไฟ โดยเฉพาะย่าน Roppongi Hills และ Shibuya
    ไฮไลต์: ถนน Keyakizaka ที่ประดับไฟสีขาวและน้ำเงินระยิบระยับบนต้นไม้ตลอดแนว โดยมีหอคอยโตเกียวทาวเวอร์ สีส้มสว่างเด่นเป็นฉากหลัง
  • โทจิกิ : สวนดอกไม้ดิจิทัลระดับโลก งาน Flower Fantasy สวนดอกไม้ Ashikaga Flower Park ติดอันดับ 1 ใน 3 งานไฟที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

    ไฮไลต์: การใช้ไฟประดับจำลอง "ดอกวิสทีเรีย" สีม่วงย้อยลงมาอย่างวิจิตรบรรจง ราวกับดอกไม้จริงที่เบ่งบานในยามค่ำคืน